เลือกรถยนต์อย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ!!

เลือกรถยนต์อย่างไร ให้เหมาะกับตัวคุณ!! เลือกซื้อรถยนต์ทั้งที ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกเหนือจากความสวยงามโดดใจผู้ขับแล้ว ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจ จนบางครั้งก็เกิดความลังเลอยู่นานสองนาน เราจึงมีเทคนิคการเลือกรถ เพื่อช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะสมออกไป งานเลือกรถจึงง่ายขึ้น

ถ้าคุณไม่ได้คลุกคลีกับวงการรถยนต์มาก่อน หรือห่างหายจากการ “เลือกซื้อรถยนต์ ” ไปนานพอสมควร เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจซื้อรถสักคัน คงเป็นเรื่องยากทีเดียว เพราะรถยนต์ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อ จนละลานตาไปหมด ยังไม่นับรถยนต์มือสองที่สภาพใหม่และสภาพรองลงมาตามเต้นท์ขายรถอีก ไม่ว่าใครก็คงเลือกไม่ถูกแน่ๆ บางทีอาจได้รถที่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริงเพราะตัดสินใจที่ราคามากกว่าออพชั่นที่ได้ จึงต้องมีการวางแผนก่อนซื้อ โดยมีหลักดังนี้

1. ประเมินความต้องการ
อย่างแรก เราต้องรู้ความต้องการของตนเองก่อนว่า ซื้อรถยนต์เพราะอะไร บางคนอยากได้เป็นรถสำหรับครอบครัว ใช้ไปทำงาน เดินทางคนเดียว หรือไช้สำหรับบรรทุกสินค้า เป็นต้น ซึ่งความต้องการเหล่านี้จะช่วยระบุขนาดและประเภทของรถยนต์ในท้องตลาดได้

2. ตั้งงบประมาณซื้อรถยนต์
คำนวนราคารถคร่าวๆที่สามารถซื้อได้ หากซื้อด้วยเงินสดอาจไม่ต้องกังวล แต่สำหรับผู้ที่ต้องผ่อน ภาระใช้จ่ายแต่ละงวดไม่ควรเกิน 15% ของรายได้ สำหรับรถมือสองแม้ว่าราคาจะถูกกว่าแต่ก็ใช้หลักการเดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องคำนวนเงินสำรองสำหรับค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซม ค่าประกัน อีกประมาณ 7 % ของแต่ละเดือนด้วย

3. เลือกดูรถที่อยู่ในข้อกำหนดข้างต้น
ในปัจจุบันมีความสะดวกขึ้นมาก เพราะมีอินเตอร์เน็ตและเว็บไซส์ซื้อ-ขายรถยนต์ ให้เลือกชมมากมาย ซึ่งสามารถเข้าไปเลือกชม พร้อมทั้งดูรีวิวรุ่นรถที่เราสนใจ อีกทั้งยังสามารถเข้าชนการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรถแต่ละรุ่นจากผู้ที่ซื้อใช้แล้วเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง แต่ควรระวังในการเลือกชม ให้ดูจากหลายๆแหล่งข้อมูลเปรียบเทียบกันแล้วนำมาวิเคราะห์ตัดสินใจอีกครั้ง

4. ชั่งน้ำหนักระหว่างราคาและค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว
รถบางคันมีสเปคตามที่เราต้องการ และมีราคาถูก อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจทันที ให้ลองชั่งน้ำหนักระหว่างราคาที่ลดลง กับค่าซ่อมบำรุงยิบย่อย ราคาอะไหล่แพง ค่าประกันสูง หรือแม้กระทั่งอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในระยะยาว คุ้มกันหรือไม่ หากมีส่วนต่างด้านความสูญเสียในระยะยาวมากให้ชะลอไว้ก่อน ค่อยๆดูรถรุ่นอื่นประกอบ

5. ทดลองขับ
ถ้าเป็นรถยนต์มือสอง ควรนัดวัน เวลา และสถานที่ให้แน่นอน โดยควรทดลองขับไม่น้อยกว่า 3 รุ่น เพื่อทำการเปรีบยเทียบ และไม่เป็นการจำกัดตัวเลือกในการตัดสินใจของเรา หากไม่ถูกใจก็สามารถบ่ายเบี่ยงได้ง่ายกว่าการทดลองขับเพียงคันเดียว

6. สิ่งที่ต้องสังเกตุขณะทดลองขับ
ควรทดลองขับทุกทิศทาง เดินหน้า ถอยหลัง การเข้าจอด ขึ้น-ลงเนินหรือสะพาน ขับผ่านลูกระนาด ทดสอบเบรกและการออกตัว นอกจากนี้ยังต้องเปิดเครื่องเสียง หน้าจอ ระบบไฟส่องสว่าง ระบบแอร์ ที่ปัดน้ำฝน แม้กระทั่งการปรับเก้าอี้หรือการพับเบาะก็ควรเช็ค โดยทำเหมือนกันทั้งรถยนต์ใหม่และมือสอง ซึ่งรถมือสองอาจต้องตรวจสอบระบบเครื่องยนต์และระบบน้ำมันต่างๆเพิ่มด้วย